ที่เห็นผมยิ้มได้ พูดได้ กินได้ หัวเราะได้

มันก็แค่เป็นเพียงภาพลวงตา

ในใจจริงๆแล้ว มันกลับกลายเป็นตรงกันข้าม

 

2-3 วันที่ผ่านมา ผมฝันถึง ผู้หญิงคนหนึ่ง

คนที่ผมคิดจะจริงจังด้วย

คนที่ผมพร้อมจะสละเวลาส่วนตัว เมื่อเธอเรียกหา

คนที่ผมนึกถึงอยู่ตลอดเวลา

 

มันเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่ง

ที่เราสองคนได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน

 

เธอยิ้ม...ผมยิ้ม

เธอหัวเราะ...ผมหัวเราะ

เธอเศร้า...ผมเศร้า

 

 

แล้วไง_____มันก็แค่ความฝัน

ความฝันที่ผมฝันติดต่อกันมาเป็นเวลา3วันแล้ว

ผมยังหายใจ ผมมีความรู้สึก ชีวิตผมต้องเดินต่อ

แต่เหมือนในหัวมันจะหยุดทำงาน

 

ผมเข้าใจดีว่าคนเราจะอยู่ด้วยกัน

จะใช้ชีวิตด้วยกัน

มันก็ต้องไปพร้อมๆกันทั้งสองฝ่าย

 

ต่อให้ผมทำอยู่ฝ่ายเดียว

ทำหนักกว่าคนอื่นๆ 2-3 เท่า

ในเมื่อเธอไม่สนใจ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

 

ทุกวันนี้ก็ได้แต่บอกตัวเอง

ให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ

ใครจะว่าอะไรยังไงก็ไม่ต้องไปใส่ใจ

ในเมื่อเราอยากจะทำ เรารักในสิ่งที่เราทำ

ก็ขอให้ทำต่อไป

 

ไม่มีเวลา___ไม่เป็นไร___เดี๋ยวผมจะหาเวลาเติมเข้าไปให้เอง

 

 

 

 

 

 

ได้แต่ภาวนา....เมื่อไร ความฝันจะกลายเป็นจริง

 

...Apple...

เรารู้ว่าเธอกำลังยุ่งๆ แต่ของเรารบกวนเวลา ประมาณ 10 นาทีน่ะ.... ขอบคุณจ้า

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว...

.

.

.

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม เป็นวันเปิดเทอมของเด็กนักเรียนหลายๆคน และเป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศร้อนมากกก

40 องศาฯ ในช่วงบ่ายของกรุงเทพมหานคร ผมโบกมือเรียกพี่ วินมอร์ไซต์ขาประจำ ที่ต้องเรียกใช้บริการพี่เค้าทุกครั้งที่จะออกจากบ้าน

 

สภาพของมนุษย์ที่สามารถมองเห็นเงาตัวเองได้ เวลาอยู่กลางแจ้ง คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกันทั้งนั้น

 

"โอ้ยยย...ทำไมมันร้อนอย่างนี้"

"แมร่ง โคตรร้อนเรยว่ะ"

"เออ...เอาให้กุตายไปข้าง"

...บลา บลา บลา...

 

 

ผมก็รู้สึกเช่นนั้น อากาศวันนี้มันร้อนจริงๆ

จากอาการมึนๆ และปวดหัวในตอนเช้า พอออกมาทักทายสวัสดี กับ พระอาทิตย์

 

โอ้โห้ ... T^T

 

 

อุปกรณ์กันแดดของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป

ครีมกันแดดบ้าง ,, แว่นตาบ้าง ,, ร่มบ้าง ,, หรือวัตถุทึบแสงอะไรก็ได้ที่มันสามารถจะเอาออกมาบัง ชั้นหนังกำพร้า ของเราเรา ไม่ให้มันดำไปกว่านี้

 

ส่วนอุปกรณ์ของผมอ่ะหรอ...ไม่มีหรอก คงมีแต่ เสื้อผ้าบางๆ ที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้

 

มือข้างหนึ่งถือหนังสือไว้แนบ อกซ้าย ป้องกันไม่ให้แสงแดด ที่เปรียบเสมือนมีดโกน จะมากรีด บาด หรือเผาไหม้ อวัยะวะส่วนสำคัญส่วนนั้นของผม ที่ผมเรียกมันว่า "หัวใจ"

 

ผมโอบอุ้ม หัวใจ ที่อารมณ์ดีและเต้นตลอดเวลาไม่เคยหยุดมา กว่า 20 ปี เพื่อไปรอผู้หญิงคนหนึ่ง...

ขาขวาก้าวค่อม เบาะรถมอร์ไซต์ ,, เศษเหล็กที่กินน้ำมันเป็นอาหาร คันนี้ จะพาผมไปส่งที่ MRT.

 

วันนี้ผมอาจจะโชคไม่ดี ที่ระหว่างทางนั้น ต้องมาต่อรถหกล้อขนปูน จะแซงก็แซงไม่ได้ เพราะแค่รถขนปูน ก็เล่นกินทางไปทั้งซอยแล้ว

นั่งสูด คาร์บอนไดออกไซด์ จากท่อดำๆ ท้ายรถบ้านั้น เป็นเวลากว่า 400 เมตร (@_@)"

 

ยังไม่พอ น้องสิวพึ่งกำเนิดได้เมื่อคืน อาศัยพักอยู่ที่แก้มขวา พอได้เจอกับควันรถ 6 ล้อนั้น เหมือนน้องสิวของผม มันจะออกอาการดีใจ เหมือนเจอเพื่อนที่พลัดพรากจากกันมานาน

แหม่.. รีบออกมายิ้มแป้น ให้กับ ก๊าซเสียพวกนั้นอีก  - -"

ถ้ามันมีมือ มันก็คงจะยื่นมือ ออกไปทำความรู้จัก และขอบคุณกับผู้มีพระคุณ ที่ทำให้มันได้ออกมาเผชิญกับโลกภายนอก

 

 

พี่ยาม ที่ยืนค่อยตรวจกระเป๋า คงจะงงว่า "เอ๊อะ!! มึงไปตกบ่อน้ำที่ไหนมาหรือเปล่า หรืออาบน้ำเสร็จแล้วลืมเช็ดตัวว่ะ"

 

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไม...ทำไมเหงื่อมันถึงไหลออกมาเยอะได้ขนาดนี้ น้ำในตัวผมมีมากไปหรือเปล่า?

 

ผมมานั่งรอ เธอ ที่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง แถวๆที่ไอ้พวกเสื้อแดงมันชุมนุมกัน

 

อวัยะวะส่วนนั้นยังคงเต้นอยู่ (ไม่ได้เต้นเป็นจังหวะรัก เหมือนหัวใจของพี่บี้ น่ะ) แต่มันเต้นเป็นจังหวะที่จะรอได้พบเจอกับ เธอ

 

3 ชั่วโมงผ่านไป น้ำแข็งในแก้วได้เปลี่ยนสถานะ กลายเป็นของเหลวไปแล้ว และมันคงระเหยกลายเป็นไอ ไปในไม่ช้า

ซึ่งตรงกันข้ามกับ ความวาดหวัง ที่อัดแน่นอยู่ใน อวัยะวะเต้นได้ 

 มันไม่ได้เปลี่ยนสถานะ หรือลดลงแต่อย่างใด แต่กลับเพิ่มขึ้นซะด้วยซ้ำ

 

 

"เถลิงประเทศสชาติไทยทวี มีชัย ชโย"

 

ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เก้าอี้ตัวเดิม ร้านเดิม

ถึงเวลานี้ มันก็น่าจะนานพอที่จะได้เห็นสายเรียกเข้าของ เธอ

...

...

...

ยอมรับเลย ผมไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร ผมนั่งมองโทรศัพท์มากกว่าตัวหนังสืออีก

 

"@#$%!&*&$%" >> เสียงท้องเริ่มร้อง แต่ ผมว่า..ผม อดทนอีกนิดดีกว่า เผื่อจะได้ทานข้าวพร้อม เธอ ^^" (ปริมาณความหวังยังคงเท่าเดิม)

 

19.00 น.

ในเมื่อ เธอ ไม่โทรมา ผมเลยจัดการหยิบโทรศัพท์ ชิงโทรก่อนดีกว่า

เรานัดเจอกันที่ BTS สุรศักดิ์

 

ผมรู้ว่าช่วงนี้ เธอ ยุ่งๆ แต่ก็ขอบคุณน่ะ ที่มีเวลามาเจอกัน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นๆ

แค่นี้ก็ทำให้หัวใจผมยิ้มได้แล้ว

 

ความหวังที่ผมหอบมันมาจากบ้าน มันไม่ได้สูญเปล่า

ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าจะทำอะไรแล้ว  " ขอให้ตั้งใจทำ และทำมันด้วยใจ "

 

สมมติว่า ถ้าผมไม่ได้เจอ เธอ วันนี้ผมจะไม่เสียดายเวลา

ผมจะไม่เสียใจกับความหวัง อันมากมาย

หัวใจผมก็ยังคงเต้นอยู่ ไม่ได้หยุดเต้นแต่อย่างใด

เพราะผมได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว

 

พ่อกับแม่ มักจะพูดกับผมเสมอ ตอนที่ผมแข่งเทนนิส แพ้ ว่า

"ไม่เป็นไร ลูก ถึงแม่เราแพ้ในเกม แต่ถ้าเราทำมันอย่างเต็มที่แล้ว ก็ถือว่าเราชนะ...เราชนะใจตัวเอง"

 

ใช่!! ... ผมชนะใจตัวเอง เพราะผมตั้งใจทำในสิ่งที่ผมรัก เพื่อผู้หญิงคนนี้ ... เด็กหญิง แตงโม ^^"

 

 

 

ปล1 ขอโทษที่โกหก จริงๆแล้วเราหิวมาก แต่ถ้าเราไปกินข้าวกัน ก็กลัวว่า เธอ จะกลับไปดูแฟนเธอไม่ทัน

 

ปล2 "@#$%!&*&$%" ท้องร้องอีกแล้ว ขอตัวไปทานข้าวก่อนน่ะ :D

 

ปล3 เมื่อกี้ที่ เราโทรไป ก็แค่อยากให้มาอ่าน แต่ไม่เป็นไรน่ะ ไว้วันไหนที่ว่างๆก็ได้

 

ปล4 ถ้าเราทำไม่ดี หรือไม่ถูกใจ เราก็ขอโทดน่ะ เราแค่อยากทำอะไรๆ ให้คนที่เราชอบ ก็แค่นั้น...

 

 

...Apple...

edit @ 10 May 2010 23:19:57 by Apple

40 Km/Hr.

posted on 03 May 2010 19:23 by nimmy-jp

เช้านี้ ผมถูกปลุกจากเสียงของเม็ดฝนที่ตกลงมา กระทบกับกันสาด

พอวิญญาณกลับเข้าร่าง ในหัวของผมก็กำลังคิดถึง ผู้หญิง คนหนึ่ง อยู่

ในขณะที่หัวกำลังคิด มือก็ไปคว้าเอาโทรศัพท์ มากด

 

ตื้อ....ตื้อ....ตื้อ......(ไม่มีสัญญาณตอบรับ)

 

 

ผมนั่งมองสายฝน ที่พร้อมใจกันตกลงมาจากฟ้า ทำมุมประมาณ 30 องศา กับพื้นราบ

หน้าที่ของพวกมันคงช่วยลดอุณหภูมิ ณ เวลานั้นลงได้บ้าง

และทำให้ สสารต่างๆที่เสนอหน้าอยู่กลางแจ้งเปียกได้ (เยี่ยมจริงๆ)

 

ปริมาณเม็ดฝนที่ตกลงมาจากฟ้า...คงนับไม่ได้ว่ามันร่วงลงมาเป็นจำนวนเท่าไร__<<มากมายมหาศาล>>

เปรียบเสมือน ปริมาณความคิดถึงของผม ต่อผู้หญิงคนนั้น ที่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้เช่นกัน

 

 

เรื่องของความรัก เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ,, ยากพอๆกับการพยากรณ์อากาศในบ้านเรา

เพราะฉะนั้นแล้ว...ผมคิดว่า ผมควรจะค่อยๆไป

ช้าๆแต่ชัวร์

เพื่อความมั่นใจและความพร้อม ของผมและเธอ

 

40 Km/Hr Terracotta

 

เส้น ผมอันพลิ้วไสว เปลือกตาสะท้อนแสงไฟ

มันทำให้ฉันคลั่งไคล้ หลงไหลในเธอ

ทำได้แค่มองและยิ้ม แอบคิดบางอย่างในใจ

จะเกิดอะไร หากจะชวนเธอไปที่ ที่ซึ่งขอบฟ้า

นั้นมีเพียงแสงรำไร และจะเกินไปไหม หากจะกุมมือเธอไว้แนบกาย

ถ้า ไม่เร็วไปนัก อีกสักพัก อยากจะรัก อยากจะรู้จัก เธอให้ดีกว่านี้

อยากจะมอบให้เธอแต่สิ่งดีดี ตราบที่มีลมหายใจ

จะเร็ว จะช้า แค่อยากให้รู้ว่าในคืนนี้

ฉันขอให้เธอได้จำเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันจะนานเท่าไร

อารมณ์สุดท้าย เราจะไปพร้อมๆกัน (แต่วันสุดท้าย เราจะเดินไปพร้อมกัน)

กลิ่นกายเธอมีความหมาย บอกเล่าเรื่องราวมากมาย

ถ้าได้เป็นคนสุดท้าย ฝันก็กลายเป็นจริง กระซิบบอกเธอว่ารัก

สัญญาว่าจะไม่ทิ้ง ให้เป็นผู้หญิง ของฉันแค่คนเดียว

เมื่อเส้นขอบฟ้า นั้นกลายเป็นสีเทาเทา จะปลดปล่อยความเหงา

"ให้ใจเราแนบใจกัน"

 

 

เราจะเดินไปช้าๆ และไปพร้อมๆกัน (^^)" 

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ,, เอาไว้ให้คุณได้เจอกับความรัก แล้วคุณจะเข้าใจมัน ♥

 

 

...Apple...